Archive for the 'ความรู้ทั่วไป' Category

สัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา กับงานไฮไลท์งานเข้าพรรษาทั่วไทย

สัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนา กับงานไฮไลท์งานเข้าพรรษาทั่วไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  

       ช่วงอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา หลายพื้นที่ หลายภาคส่วนต่างก็จัดกิจกรรมและประเพณีทางพุทธศาสนากันอย่างคึกคัก
       
       สำหรับงานที่เด่นๆนั้นประกอบด้วย
       
       สัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาฯ ท้องสนามหลวง
       

       “สัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาอาสาฬหบูชาธรรมยาตราคุ้มครองโลก” จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 – 8 ก.ค. 52 ระหว่างเวลา 09.00-21.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง
       
       สัปดาห์เผยแผ่พระพุทธศาสนาฯ ได้เชิญพุทธศาสนิกชนปวงชนขาวไทยร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนาใน วันอาสาฬหบูชา และร่วมแรงพร้อมใจสร้างบุญกุศลเพื่อเกิดเป็นพุทธบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนปวงชนขาวไทย ร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
       
       ในงานมีกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ ร่วมถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล,ลั่นระฆัง 153 ใบพร้อม รับน้ำมนต์จากการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์ 500 กว่ารูป และรับสาระธรรมอันก่อให้เกิดบุญกุศลกับกิจกรรมมากมาย อาทิ หล่อเทียนพรรษา สวดพระธรรมจักรกัปปวัตตนสูตร และฟังเทศน์มหาชาติ ฯลฯ และพลาดไม่ได้ กับนิทรรศการพระพุทธกิจ 45 พรรษา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในห้องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำ

กิจกรรมงานแห่เทียนอุบล

       แห่เทียนพรรษา อุบลฯ
       
       ”งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี” จัดขึ้นตลอดเดือน ก.ค. 52 ใน อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
       
       ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมการตกแต่งต้นเทียนตามคุ้มวัดต่างๆ ทั่วเมืองอุบลฯ รวมทั้งมีการจัดทัวร์นำร่องเยือนชุมชนประดิษฐ์ต้นเทียนในราคาประหยัดด้วย
       
       ส่วนงานแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติ จะเริ่มตั้งแต่วันนี้-31 ก.ค. และในวันที่ 4 ก.ค. จะมีพิธีอัญเชิญเทียนหลวงทางชลมารค ตามด้วยการแสดงประกอบแสงสีเสียง “ตำนานเทียนเมืองอุบลฯ” และที่สำคัญคือการเพิ่มวันโชว์ต้นเทียนทุกประเภทที่บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมืองเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน คือในวันที่ 6-7 ก.ค. การแสดงแห่เทียนพรรษาภาคกลางคืนในวันที่ 7-8 ก.ค. และขบวนแห่เทียนพรรษาอันยิ่งใหญ่ในวันที่ 8 ก.ค. โดยต้นเทียนที่ได้รับรางวัล จะตั้งโชว์ที่ถนนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม
       
       นอกจากนี้ในระหว่างวันที่ 17-19 ก.ค. ยังได้จัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 5 ภาค “สีสันแดนอีสาน” ขึ้นที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยภายในงานจะประกอบด้วยการแสดงทางวัฒนธรรม การออกบูธจำหน่ายบริการทางการท่องเที่ยวในราคาพิเศษ และกิจกรรม Table Topsale จากผู้ประกอบการทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งผู้ที่เข้ามาชมงานจะเสมือน มางานเดียวได้เที่ยวทั่วเมืองไทย เพราะได้พบกับการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว 76 จังหวัดทั่วประเทศและแพ็คเกจทัวร์ราคาพิเศษ สอบถามโทร.0-4524-3770, 0-4525-0714
       
       แห่เทียนพรรษา 82 ไอยราฯ และพิธีตักบาตรบนหลังช้าง สุรินทร์
       

       ”มหกรรมแห่เทียนพรรษา 82 ไอยรา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดินและพิธีตักบาตรบนหลังช้าง” จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 6-7 ก.ค. 52 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง อ.เมือง จ.สุรินทร์
       
       สุรินทร์ ดินแดนแห่งนี้มีความรุ่งเรืองทางอารยธรรมมานาน โดยมีชาวไทยที่มีเชื้อสายเขมร ลาว กวย และจีน อาศัยอยู่ร่วมกัน และที่จังหวัดสุรินทร์นี้ยังถือเป็นเมืองช้าง ซึ่งในอดีตนั้นช้างมีบทบาทสำคัญมากในการออกศึกสงคราม ช้างจึงได้รับการยกย่องมากในฐานะผู้ที่สร้างบ้านเมืองและถือเป็นสัตว์คู่บารมีของพระมหากษัตริย์
       
       โดยในงานประเพณีในครั้งนี้ วันที่ 6 ก.ค. จะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ และกิจกรรมทางพุทธศาสนา ส่วนในช่วงบ่ายชมขบวนแห่เทียนพรรษาที่วิจิตรงดงามและขบวนแห่ช้างที่ประดับตกแต่งสวยงาม พิธีเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิตถวายในหลวง พิธีเวียนเทียน พระบรมสารีริกธาตุและสมโภชเทียนพรรษา ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ส่วนเช้าวันที่ 7 ก.ค. เชิญร่วมพิธีทำบุญตักบาตรบนหลังช้าง ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยพระเถระชั้นผู้ใหญ่นั่งรับบิณฑบาตบนหลังช้าง ซึ่งมีแห่งเดียวในโลก สอบถามโทร.0-4451-4447 ถึง 8
       
       แห่เทียนพรรษา สุพรรณบุรี
       
       ”ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2552 จังหวัดสุพรรณบุรี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.ค. 52 ณ จ.สุพรรณบุรี
       
       กิจกรรมน่าสนใจงานงาน มีดังนี้ วันที่ 7 ก.ค.จะมีพิธีสมโภชน์เทียนพรรษาของอำเภอต่างๆ 10 อำเภอ และรถต้นเทียนแต่ละอำเภอจะนำมาจัดแสดง ณ บริเวณสนามวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พร้อมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย
       
       วันที่ 8 ก.ค. จะมีพิธีแห่ขบวนเทียนไปรอบเมืองโดยเริ่มจากหน้าโรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรีมาสิ้นสุดบริเวณโรงแรมกิ่งโพธิ์ไทร จากนั้นรถขบวนแห่เทียนจะจอดแสดงริมคลองส่งน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสวยงามถึงวันที่ 9 ก.ค.
       
       นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี เช่น พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดป่าเลไลยก์ หอคอยบรรหาร – แจ่มใส บึงฉวาก ตลาดเก่าเก้าห้อง ตลาดร้อยปีสามชุก เป็นต้น สอบถามโทร.0-3524-6076 ถึง 7

ตักบาตรดอกไม้ สระบุรี

       ตักบาตรดอกไม้ สระบุรี
       
       ”ประเพณีตักบาตรดอกไม้ และถวายเทียนพรรษาพระราชทาน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค. 52
       ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
       
       ความเป็นมาของประเพณีนี้อ้างอิงจากพุทธตำนานที่กล่าวว่าครั้งหนึ่งที่นายสุมนมาลาการถวายดอกมะลิบูชาแด่พระพุทธเจ้า และด้วยอานิสงส์ดังกล่าวทำให้นายสุมนมาลาการมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ทำให้พุทธศาสนิกชนรุ่นหลังนำดอกไม้มาตักบาตรถวายแด่พระสงฆ์กัน ชาวสระบุรีจึงใช้ดอกไม้มาตักบาตรในเทศกาลงานบุญใหญ่โดยใช้ “ดอกเข้าพรรษา” ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำถิ่นที่จะออกดอกสะพรั่งในช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น ในช่วงงานประเพณีจะมีพ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่ายกันเป็นจำนวนมาก
       
       ภายในงานมีพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม พิธีถวายเทียนพรรษาพระราชทาน พิธีตักบาตรดอกไม้ ขบวนแห่รถบุปผชาติและวัฒนธรรม สอบถามเพิ่มเติมที่ โทร.0-3626-6658, 0-3626-6220

การเลือกของใส่บาตรตามวันเกิด

การเลือกของใส่บาตรตามวันเกิด

ใส่บาตรตามวันเกิด

วันอาทิตย์
อาหารคาว : ประเภทไข่ ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ลูกเขย ต้ม แกงกะทิ
อาหารหวาน : ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ
ของถวายพระ : หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู
ไหว้พระปาง : ถวายเนตร (พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ 6 (สวดแบบย่อ อะ วิช สุ นุส สา นุต ติ)
ทำทาน : เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด คนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด โรงพยาบาล โรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ
พฤติกรรม : ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

วันจันทร์
อาหารคาว : ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง ไก่ทอด ปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด
อาหารหวาน : น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มันลางสาด ขนมเปี๊ยะ
ของถวายพระ : แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆ
ไหว้พระ : ปางห้ามญาติ (พระประจำวันเกิด) กำลังวัน เท่ากับ 15 (สวดแบบย่อ อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา)
ทำทาน : มูลนิธิช่วยเหลือสตรี
พฤติกรรม : ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ ให้ความช่วยเหลือสตรีเช่นลุก ให้สตรีนั่งบนรถเมล์บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง

วันอังคาร
อาหารคาว : อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว ปลาช่อนตากแห้งทอด
อาหารหวาน : ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม
ของถวายพระ : เหล็ก เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม กรรไกรตัดเล็บ
ไหว้พระ : ปางไสยาสน์ (พระนอน) มีกำลังเท่ากับ 8 (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง)
ทำทาน : คนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก
พฤติกรรม : ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน การชิงดีชิงเด่น

วันพุธ (กลางวัน)
อาหารคาว : เน้นสีเขียว-หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู คะน้าน้ำมันหอย
อาหารหวาน : ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว มะม่วงเขียวเสวยฝรั่ง ชามะนาว
ของถวายพระ : สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา
ไหว้พระ : ปางอุ้มบาตร (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 17 (สวดแบบย่อปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท )
ทำทาน : คนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก
พฤติกรรม : อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเอง

วันพุธ (กลางคืน)
อาหารคาว : ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม ไข่เยี่ยวม้า ห่อหมก
อาหารหวาน : ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน
ของถวายพระ : พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม
ไหว้พระ : ปางป่าเลไลย์ (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 12 (สวดแบบย่อ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ)
ทำทาน : มูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด
พฤติกรรม : เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด

วันพฤหัสบดี
อาหารคาว : ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้า
อาหารหวาน : แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้
ของถวายพระ : สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา
ไหว้พระ : ปางสมาธิ (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 19 (สวดแบบย่อ ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ)
ทำทาน : โรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว
พฤติกรรม : นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล5 อย่าซื่อจนเกินไป

วันศุกร์
อาหารคาว : ประเภทของหอม หวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่ ยำหัวหอม
อาหารหวาน : ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วยหอม เค้ก
ของถวายพระ : นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่าม
ไหว้พระ : ปางรำพึง (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 21 (สวดแบบย่อ วา โธ โน อะ มะ มะ วา)
ทำทาน : เด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้า อาหารที่หอมหวานชวนกิน เช่น ไอศกรีม
พฤติกรรม : ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย

วันเสาร์
อาหารคาว : ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู มะเขือยาว
อาหารหวาน : ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง
ของถวายพระ : ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด
ไหว้พระ : ปางนาคปรก (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ 10 (สวดแบบย่อ โส มา ณะ กะ ระ ถา โธ)
ทำทาน : โรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาท
พฤติกรรม : กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม

โดย dhammajak.net

อริยสัจ 4

อริยสัจ 4

มีความจริงอยู่ 4 ประการคือ การมีอยู่ของทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ความดับทุกข์ และ หนทางไปสู่ความดับทุกข์ ความจริงเหล่านี้เรียกว่า อริยสัจ 4

1. ทุกข์
คือ การมีอยู่ของทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายล้วนเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความวิตกกังวล ความกลัวและความผิดหวังล้วนเป็น ทุกข์ การพลัดพรากจากของที่รักก็เป็นทุกข์ ความเกลียดก็เป็นทุกข์ ความอยาก ความยึดมั่นถือมั่น ความยึดติดในขันธ์ทั้ง 5 ล้วนเป็นทุกข์

2. สมุทัย
คือ เหตุแห่งทุกข์ เพราะอวิชา ผู้คนจึงไม่สามารถเห็นความจริงของชีวิต พวกเขาตกอยู่ในเปลวเพลิงแห่งตัณหา ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความเศร้าโศก ความวิตกกังวล ความกลัว และความผิดหวัง

3. นิโรธ
คือ ความดับทุกข์ การเข้าใจความจริงของชีวิตนำไปสู่การดับความเศร้า โศกทั้งมวล อันยังให้เกิดความสงบและความเบิกบาน

4. มรรค
คือ หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ อันได้แก่ อริยมรรค 8 ซึ่งได้รับการหล่อ เลี้ยงด้วยการดำรงชีวิตอย่างมีสติความมีสตินำไปสู่สมาธิและปัญญาซึ่งจะปลดปล่อย ให้พ้นจากความทุกข์และความโศกเศร้าทั้งมวลอันจะนำไปสู่ความศานติและ ความเบิกบาน พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตานำทางพวกเราไปตามหนทางแห่งความรู้แจ้งนี้

ที่มา : http://www.dhammajak.net/

[direct=http://www.thaigatpat.com]Free blog[/direct]